Untitled Document
Untitled Document
หน้าแรก
กองบรรณาธิการ
ผู้ทรงคุณวุฒิกลั่นกรองบทความ
Call for Paper
คำแนะนำในการเตรียม
และขั้นตอนในการส่งบทความ
ค้นหาบทความ
อ่านฉบับย้อนหลัง
ติดต่อสอบถาม
สำหรับผู้ดูแลระบบ
 
Untitled Document
1. การพิมพ์ต้นฉบับจะต้องพิมพ์ตามรูปแบบและขนาดตัวอักษรตาม template ที่กำหนดไว้ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ที่นี้
  ดาวน์โหลด Template
2. บทความอาจเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ เนื้อเรื่องมีความยาวประมาณ 10 - 15 หน้าของ template
3. ผู้เขียนบทความทุกคนต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ชื่อ - นามสกุล ของผู้เขียน หน่วยงานที่สังกัด และอีเมลล์ ให้ชัดเจน
4. บทคัดย่อ 1 คอลัมภ์มีความยาวประมาณ 15 บรรทัด และมีคำสำคัญ (Keywords) 4-5 คำ โดยบทควมภาษาไทยต้องมีบทคัดย่อภาษาอังกฤษด้วย
5. ส่วนประกอบเนื้อเรื่อง แบ่งเป็น 2 คอลัมภ์
 
5.1 บทความวิจัยควรประกอบด้วย ความนำ วัตถุประสงค์การวิจัย สมมติฐาน (ถ้ามี) วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย ข้อเสนอแนะ เอกสารอ้างอิง
5.2 บทความวิชาการประกอบด้วย ความนำ สรุปผล ข้อเสนอแนะ เอกสารอ้างอิง รายงานอ้างอิงภาษาไทย ก-ฮ และตามด้วยภาษาอังกฤษ (เรียงตามลำดับตัวอักษร) ตามรูปแบบที่กำหนด
หมายเหตุ ตาราง และภาพประกอบให้แทรกในเนื้อเรื่อง โดยจัดเป็น 1 คอลัมภ์
6. ต้นฉบับสามารถส่งได้ทางระบบ ออนไลน์ ผ่านหน้าเว็บไซต์ โดยกองบรรณาธิการจะนำเสนอผู้ทรงคุณวุฒิในการพิจารณาบทความ ตามสาขาวิชา เพื่อประเมินคุณภาพและความเหมาะสมก่อนการตอบรับ (ใช้เวลา 4 สัปดาห์)
7. เมื่อบทความได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ในกรณีที่ผลการประเมินระบุให้ต้องปรับปรุงหรือแก้ไข ผู้เขียนจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนด (4 สัปดาห์)
 
คำแนะนำสำหรับการอ้างอิงบทความ
รูปแบบการอ้างอิงเอกสาร
การอ้างอิงเอกสารให้เขียนตามแบบ APA (American Psychological Association) ดังนี้
การอ้างอิงในเนื้อหาบทความ
ให้อ้างชื่อผู้แต่งหรือชื่อเรื่องในกรณีที่ไม่มีชื่อผู้แต่ง และปีพิมพ์ โดยเขียนชื่อสกุลของผู้แต่งหรือชื่อเรื่อง และปี ค.ศ. ของการพิมพ์เอกสาร ทั้งกรณีที่เป็นเอกสารของชาวไทยและชาวต่างประเทศ
ตัวอย่างการเขียนอ้างอิงในเนื้อหาบทความ
           โครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและการพัฒนามหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติมีเป้าหมายที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ประการแรก ประเทศไทยมีมหาวิทยาขัยวิจัยที่มี ศักยภาพในระดับโลกจำนวน 7-10 แห่งที่สามารถสนับสนุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพ ประการที่ 2 เพื่อให้เกิดกลุ่มวิจัยที่ผลิตผลงานวิจัยตีพิมพ์ระดับนานาชาติที่สามารถนำ ผลงานไปใช้ในภาคการผลิต ช่วยสร้างรายได้สู่ชุมชน และส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม ทั้งในด้าน การส่งเสริมการส่งออกและทดแทนการนำเข้า จากเป้าหมายดังกล่าวได้มีการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยของไทยออกเป็น 4 กลุ่มและมีบทบาท ดังนี้ (Pitiyanuwatna, 2006) หรือ
            Pitiyanuwatna (2006) ได้กล่าวถึงโครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษาและการพัฒนามหาวิทยาลัยแห่งชาติมีเป้าหมายที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่ ประการแรก ประเทศไทยมีมหาวิทยาลัยวิจัยที่มีศักยภาพในระดับโลกจำนวน 7-10 แห่งที่สามารถสนับสนุนเพิ่มขีดความ สามารถในการแข่งขันของประเทศและช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการผลิตบัณฑิตที่มีศักยภาพ ประการที่ 2 เพื่อให้เกิดกลุ่มวิจัยที่ผลิตผลงานวิจัย ตีพิมพ์ระดับนานาชาติที่สามารถนำผลงานไปใช้ในภาคการผลิต ช่วยสร้างรายได้สู่ชุมชน และส่งเสริมภาคอุตสาหกรรม ทั้งในด้านการส่งเสริม การส่งออกและทดแทนการนำเข้า จากเป้าหมายดังกล่าวได้มีการจัดกลุ่มมหาวิทยาลัยของไทยออกเป็น 4 กลุ่มและมีบทบาท ดังนี้
ตัวอย่างการเขียนอ้างอิงท้ายบทความ
      Pitiyanuwatna, S. (2006). External evaluation of higher education institutions:
           
Lecture notes at Chulalongkorn University on April 12, 2006. (In Thai). Retrieved
           December 24, 2009, from http://www.cu-qa.chula.ac.th/News/12-4-2006-2.ppt.
การอ้างอิงท้ายบทความ
ให้เขียนรายการเอกสารอ้างอิงเป็นภาษาอังกฤษ แล้วจัดเรียงลำดับรายการเอกสารที่ใช้อ้างอิงไว้ท้ายบทความตามลำดับอักษรชื่อสกุลของ ผู้แต่ง หรือชื่อเรื่องในกรณีที่ไม่มีชื่อผู้แต่ง หากเอกสารที่อ้างอิงไม่ได้เขียนด้วยภาษาอังกฤษ ให้แปลความหมายของชื่อเรื่องเป็นภาษาอังกฤษ และวงเล็บท้ายชื่อเรื่องของเอกสารนั้นว่าต้นฉบับเป็นภาษาใด เช่น ระบุว่า (In Thai) ดังตัวอย่างการเขียนเอกสารอ้างอิง ดังนี้
           1. หนังสือ
ชื่อสกุลผู้แต่ง, ชื่อย่อ. (ปีพิมพ์). ชื่อเรื่อง. ครั้งที่พิมพ์. สถานที่พิมพ์: สำนักพิมพ์หรือโรงพิมพ์.
    Fang, J.R, Stueart, R. D., & Tuamsuk, K., eds. (1995). World Guide to Library,
        Archive and Information Science Education.
IFLA Publications 72/73.
             Munich: K.G> Saur.
    Lorsuwannarat, T. (2006). Learning organization: From the concepts to
        practives.
(In Thai). 3d ed. Bangkok: Ratanatri.
           1. บทความวารสาร
ชื่อสกุลผู้แต่ง, ชื่อย่อ. (ปีพิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร, ปีที่(ฉบับที่), เลขหน้าที่ปรากฎบทความในวารสาร.
    Manmart, L. (2000). Current situation of technology management in Schools of
Library
              and Information Science in Thailand. (In Thai). Journal of Library and
         InformationScience.
18 (3): 1-24
    Sahapong, S., Manmart, L., Ayuvat, D.,Potisat, S. (2006). A systematic review of the
              roles and competencies of medical information professionals (MIPs) in
              evidence-based medicine. Ramathibodi Medical Journal 29 (1):119-130.
    Samukhup, S., & Kittiarsa, P. (2003). Why was a female lower garment used as a
              wrapperof palm-leaf manuscripts in Northeast Thanilad? An anthropology
              approach to Isan-palm-leaf manuscripts. (in Thai). Art & Culture
 
กองบรรณาธิการวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย
เลขที่ 200 ถ.รังสิต-นครนายก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 12110
Tel. : 0 25771028 - 31 ต่อ 377
Fax : 0 25771053
e-Mail : [email protected]
Untitled Document Last updated (28April 2014) Copyright 2014 Desing by Department of Informatics